เปิดประตูเรียนรู้ ที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เกาะและทะเลไทย

December 17th, 2014

ความสวยงามเกาะแสมสาร อ. สัตหีบ จ. ชลบุรีใช่จะมีแค่ทะเลสีฟ้าใส “นายรอบรู้” ขออนุญาตจูงไม้จูงมือพาคุณไปเปิดตาเปิดใจเรียนรู้กันที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทยซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาหมาจอ อ. สัตหีบ จ. ชลบุรี กันสักหน่อยกองทัพเรือจัดตั้งพิพิธภัณฑ์นี้ขึ้นเพื่อเป็นสื่อในการสร้างความรู้ความเข้าใจและปลูกจิตสำนึกให้เกิดแก่เยาวชนตามแนวทางพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ที่เกาะแสมสาร บนเนื้อที่ราว 16 ไร่ของพิพิธภัณฑ์ฯ มีอาคารแห่งการเรียนรู้ให้คุณเข้าชมถึง 5 อาคารด้วยกัน โดยต้องเดินไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ ตั้งแต่อาคารที่ 1 บริเวณเชิงเขา จนถึงอาคารที่ 5 ณ ยอดเขาหมาจอ ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุด ประมาณ 100 เมตรจากระดับน้ำทะเลอ๊ะ ! อย่าเพิ่งถอดใจ บนยอดเขามีทีเด็ดรออยู่ พร้อมแล้วไปกันเลย !อาคารที่ 1 เทิดพระเกียรติมหาราช  จัดแบ่งเป็น 2 ส่วน  ส่วนแรกนำเสนอถึงที่มาของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ และพระราชปณิธานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในฐานะที่ทรงเป็น ”เจ้าฟ้านักอนุรักษ์”  ส่วนที่ 2 จัดแสดงความสัมพันธ์ระหว่างหิน ดิน และชีวิต บอกเล่าเรื่องราวของฟอสซิลหรือซากดึกดำบรรพ์ที่คณะสำรวจของโครงการฯ ค้นพบในจังหวัดต่างๆ และฟอสซิลจากท้องทะเลของไทย เช่น เปลือกหอย ปะการัง ซึ่งจะทำให้เข้าใจถึงระบบนิเวศทางทะเล และความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลที่ส่งผลต่อภูมิศาสตร์ในปัจจุบัน เดินต่อมาตามเส้นทางก็จะเข้าสู่  อาคารที่ 2 ปวงปราชญ์ร่วมรวมใจ  ในส่วนนี้คุณจะได้รู้จักกับระบบนิเวศของป่าชนิดต่างๆ ซึ่งจะทำให้ทึ่งไปกับความหลากหลายทางชีวภาพของป่าดงดิบ ป่าผลัดใบ ป่าดึกดำบรรพ์ และป่าชายเลน อีกทั้งพันธุ์พืชที่ถูกค้นพบเฉพาะในประเทศไทยตามเกาะต่างๆ  นอกจากนี้ยังจะได้เข้าไปอยู่ในอาณาจักรของผู้ย่อยสลายในธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นปลวก เห็ด รา จุลินทรีย์ดิน สัตว์หน้าดิน หรือสัตว์ในดิน ซึ่งสัตว์ตัวเล็กๆ เหล่านี้คือหนึ่งในห่วงโซ่อาหาร เป็นกระบวนการหมุนเวียนพลังงานที่ก่อให้เกิดความสมดุลในระบบนิเวศ  เราเดินศึกษาแล้วก็ทึ่งเหลือประมาณ-ตัวเล็กจ้อยแต่หน้าที่ไม่เล็กเลยละออกจากอาคารที่ 2 เดินลัดเลาะไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติสู่อาคารที่ 5 กันต่อ  หลายคนคงแอบสงสัยว่า เราใช้ทางลัดผ่านอาคารที่ 3 และ 4 ไปเพื่อย่นระยะทางหรือ  ความจริงคือ 2 อาคารดังกล่าวอยู่ในช่วงกำลังปรับปรุง เราจึงไต่เขามุ่งหน้าสู่อาคารที่ 5 กันเลย  ระยะทางสู่อาคารที่ 5 อาจทำให้คุณเสียเหงื่อเล็กน้อย เพราะเส้นทางเริ่มชันขึ้นเรื่อยๆ ตามแนวเขาที่สูงขึ้น ทว่าความสวยงามตลอดเส้นทาง ความเขียวขจีของไม้นานาพรรณ ก็ราวกับช่วยเพิ่มแรงเพิ่มออกซิเจนให้ก้าวเดินได้ไม่อ่อนแรง แถมเพลิดเพลินเมื่อแวะพักที่จุดชมทิวทัศน์ที่มีอยู่เป็นระยะๆ แม้เราต่างได้ยินเสียงเหนื่อยหอบของเพื่อนร่วมกลุ่มขณะมาถึงหน้าอาคารที่ 5 แต่ก็อย่างที่เอ่ยไว้เมื่อต้นเรื่อง ว่ามีทีเด็ดรออยู่บนยอดเขา ฉับพลันที่เห็นภาพตรงหน้า  พวกเราจึงลืมอาการเหนื่อยหอบไปสิ้น- -เกาะแสมสารทั้งเกาะ รวมถึงชุมชนแสมสารทั้งชุมชน ตั้งอยู่กลางท้องทะเลอ่าวไทยที่สดสวยไม่ต่างจากทะเลอันดามัน  จากจุดชมทิวทัศน์ที่จำลองเป็นหัวเรือหน้าอาคารนี้ พาให้เรารู้สึกประหนึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่กลางทะเลเลยทีเดียว  ชมทิวทัศน์จากมุมสูงจนอิ่มตาอิ่มใจแล้ว พวกเราก็เข้าไปชมใน อาคารที่ 5 พิทักษ์ศักยภาพทะเลไทย กันต่อ  ภายในจัดแสดงในรูปแบบแสง สี เสียง เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบต่างๆ ของกองทัพเรือในอันที่จะรักษาอธิปไตยของชาติทางทะเล รวมทั้งการเข้าร่วมในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ก่อนกลับเราออกมายืนรับลมทะเลที่หัวเรือจำลองอีกครั้ง  ภาพเบื้องหน้าช่างสวยงามจับใจ และนี่คือสมบัติอันล้ำค่าที่เราต้องร่วมกันอนุรักษ์  ความรู้สึกนี้คงเป็นเฉ

เขื่อนแม่วงก์ และผืนป่าน่าเที่ยว อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

December 17th, 2014

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร และอำเภอแม่วงก์ และกิ่งอำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธาร ตามเทือกเขาสูงชันก่อกำเนิดเป็นน้ำตกที่สวยงาม 4-5 แห่ง ทั้งเป็นต้นกำเนิดของลำน้ำแม่วงก์ที่สำคัญของจังหวัดนครสวรรค์ นอกจากนี้ยังมีแก่งหินทำให้เกิดน้ำตกเล็กๆ ตามแก่งหินนี้ ตลอดจนมีหน้าผาที่สวยงามตามธรรมชาติ มีเนื้อที่ประมาณ 558.750 ไร่ หรือ 894 ตารางกิโลเมตรและ เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 55 ของประเทศอุทยานแห่งชาติแม่วงก์มีสภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนเรียงรายกันอยู่ตามเทือกเขาถนนธงชัยลดหลั่นลงมาจนถึงพื้นราบ ประมาณ 40-50 ลูก ยอดที่สูงที่สุดคือ “ยอดเขาโมโกจู” สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,964 เมตร เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารต้นกำเนิดของลำน้ำแม่วงก์ ส่วนพื้นที่ราบมีไม่มาก ส่วนใหญ่อยู่บริเวณริมแม่น้ำ และเป็นแหล่งแร่ธาตุสำคัญ เช่น แร่ไมก้า ส่วน สภาพภูมิอากาศของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ในช่วงฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – เดือนกุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่เหมาะแก่การไปท่องเที่ยวมากที่สุด เพราะอากาศค่อนข้างหนาวเย็น อันเนื่องมาจากลิ่มความกดอากาศสูงมาจากประเทศจีนแผ่ลงมาทางตอนใต้เข้าสู่ประเทศไทยตอนบนและปกคลุมทั่วประเทศ ลมที่พัดสู่ประเทศไทยในฤดูนี้คือ ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนช่วงฤดูร้อนเริ่มต้นจากเดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม อากาศค่อนข้างร้อนจัดและมีฝนตกน้อย ทำให้สังคมพืชป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณผลัดใบ สำหรับฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน – เดือนตุลาคม มีปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ย 1,100 มิลลิเมตรต่อปีนอกจากนั้นสภาพป่าทั่วไปของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ประกอบด้วย  ป่าเบญจพรรณ จะอยู่บริเวณที่ราบริมฝั่งห้วยและภูเขาที่ไม่สูงนัก พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ สัก เสลา ชิงชัน กระบก กระพี้เขาควาย มะค่าโมง งิ้วป่า ประดู่ป่า กาสามปีก ติ้ว ฯลฯ มีไผ่ชนิดต่างๆขึ้นอยู่หลายชนิด เช่น ไผ่ป่า ไผ่ไร่ ไผ่ซางนวล ไผ่รวก พืชพื้นล่าง เช่น หนามเค็ด ส้มเสี้ยว หนามคนฑา เป็นต้น ป่าเต็งรัง ขึ้นอยู่สลับกับป่าเบญจพรรณ พบในช่วงระดับความสูงตั้งแต่ 100-1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ เต็ง รัง เหียง พลวง กราด มะเกิ้ม ประดู่ มะม่วงป่า มะค่าแต้ พะยอม มะขามป้อม สมอไทย ฯลฯ พืชพื้นล่างที่พบ เช่น ไผ่เพ็ก และปรง เป็นต้น ป่าดิบเขา พบขึ้นอยู่ในบริเวณที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,300-1,500 เมตร พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ก่อใบเลื่อม ก่อเดือย ก่อลิ้น ก่อแอบ ทะโล้ จำปาป่า กะเพราต้น หนอนขี้ควาย กำลังเสือโคร่ง ดำดง กล้วยฤาษี และมะนาวควาย เป็นต้น

เที่ยวเชียงคาน หนาวนี้ต้องไป..เลย

December 17th, 2014

เมืองเชียงคาน ในปัจจุบันเป็นเมืองโบราณเก่าแก่ในสายตาของนักท่องเที่ยว เป็นชุมชนที่ยังคงอนุรักษ์ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาได้ยาวนานกว่า 100 ปี เมืองเชียงคานเป็นเมืองโบราณที่มีเพียงบ้านไม้เก่าๆ ร้านกาแฟ มุมหนังสือเล็กๆ เท่านั้น แต่กลับมีนักท่องเที่ยวที่ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นหนุ่มสาว เดินเที่ยวกันให้เต็มไปหมดอาจจะด้วยเพราะเมืองเชียงคานนี้เงียบสงบ บรรยากาศดี ด้วยการที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์แต่ผสมผสานกับความเป็นสมัยใหม่ที่ไม่มากจน เกินไปได้อย่างลงตัวในแบบฉบับของเชียงคาน ผู้คนที่เชียงคานก็เป็นมิตร อัธยาศัยดี และการไปเที่ยวที่เชียงคานก็ไม่แพงจนเกินกำลัง ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเชียงคานแห่งนี้ ก็จะเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น หลายๆ สิ่งที่เชียงคานอาจเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตามเชียงคานจะไม่เปลี่ยน แปลงไป ถ้าเราทุกคนยังคงช่วยกันรักษาความเป็นเอกลักษณ์ ดำรงวิถีชีวิตในแบบของเชียงคานสืบไป ความเป็นเชียงคานที่คงความเป็นเอกลักษณ์ได้ยาวนานกว่าร้อยปี ก็จะเป็นเช่นเดิมตลอดไปได้ครับ เชียงคาน อำเภอเล็ก อารยะธรรมแห่งลุ่มน้ำโขง จากอาณาจักรล้านช้างในอดีต จากภูมิประเทศที่ติดชายแดนลาว ผู้คนที่นี่ทำการค้าขายกับคนลาวฝั่งตรงข้ามอยู่สม่ำเสมอตั้งแต่อดีตกาล ครั้นประเทศลาวตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส ศิลปวัฒนธรรมการก่อสร้างบ้านเรือน อาหารการกิน คนที่นี่พลอยได้รับอารยธรรมฝรั่งเศสไปด้วย

ตลาดกลางเพื่อการเกษตร ซื้อของฝาก ชิมกุ้งแม่น้ำสุดแซบ!!

December 15th, 2014

หากมีโอกาสเดินทางไปเที่ยวเมือง มรดกโลก ใกล้กรุงเทพฯ อย่าง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้ว หากไม่รีบร้อนไปไหน ขากลับให้ลองขับรถข้ามสะพานสมเด็จพระนเรศวรตรงไปทางฝั่งตะวันออกของเกาะเมือง แล้วให้เลี้ยวซ้ายตรงไปจนถึงถนนสายเอเชีย เส้นทางหลวงหมายเลข 32 ไม่ไกลนักจะมีป้ายบอกที่ตั้งของ ตลาดกลางเพื่อการเกษตร แหล่งจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองของอยุธยาแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นมีดอรัญญิกแท้จากอำเภอพระนครหลวง ปลาร้า ปลาแห้ง และผลไม้กวนหลากหลายชนิด ให้คุณได้แวะอุดหนุนเป็นของฝากอย่างเพลิดเพลินนอกจากนี้หากใครจะแวะกินอาหารเย็น ใน ตลาดกลางเพื่อการเกษตร ก็มีร้านอาหารอร่อยๆ ให้ลิ้มลองอยู่หลายเจ้า โดยเฉพาะเมนูเด็ดที่ขึ้นชื่ออย่าง กุ้งแม่น้ำเผา ปลาเผา ที่มีวางขายเรียงรายตั้งแต่ปากทางเข้าตลาดไปจนถึงท้ายตลาด ชอบเจ้าไหนก็เลือกได้ตามความชอบ หากใครมาเที่ยวเมืองกรุงเก่า แล้วอยากชิมกุ้งแม่น้ำเผารสเด็ดกับน้ำจิ้มแซ่บๆ ในราคาเป็นกันเอง แวะมาได้ที่ ตลาดกลางเพื่อการเกษตร ทุกวัน

Hello world!

November 27th, 2014

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!